วันนี้ (19 ก.ย. 2569) เวลา 09.00 น. ที่วัดแก่นจันทน์เจริญ ต.บางพรม อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดงานประเพณี “ทำบุญตักบาตรขนมครก” ประเพณีเก่าแก่ซึ่งจัดขึ้นเพียงแห่งเดียวในจังหวัด ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมงานอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า
ภายในงาน ชาวบ้านร่วมกันสาธิตการทำขนมครกตามวิถีโบราณ ตั้งแต่โม่แป้ง ขูดมะพร้าว คั้นกะทิสด ผสมแป้งข้าวเจ้า กะทิ เกลือ และโรยหน้าด้วยต้นหอม ก่อนช่วยกันหยอดแป้งลงเตาและแคะขนมครกร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ โดยนายชยชัย ได้ร่วมแคะขนมครกกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง ก่อนนำขนมครกพร้อมน้ำตาลทรายใส่บาตรถวายพระภิกษุเพื่อความเป็นสิริมงคล ขนมครกภายในงานไม่มีการกำหนดราคา ผู้ร่วมงานสามารถร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา โดยรายได้ทั้งหมดถวายวัดเพื่อนำไปใช้พัฒนาศาสนสถาน นับเป็นกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งการทำบุญ การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการสร้างความสามัคคีในชุมชน
สีสันของงานยังมีการแข่งขัน “ขูดมะพร้าวด้วยกระต่ายแบบโบราณ” ซึ่งผู้เข้าแข่งขันต่างเร่งมือเรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมอย่างสนุกสนาน รวมถึงการแข่งขัน “ปิดตาป้อนขนมครก” ที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดงาน พร้อมชมการแสดงดนตรีไทยจากนักเรียนโรงเรียนวัดแก่นจันทร์เจริญ ช่วยเติมเต็มบรรยากาศความเป็นไทยให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
สำหรับประเพณีทำบุญตักบาตรขนมครก จัดขึ้นในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี โดยมีแนวคิดเลียนแบบประเพณีตักบาตรขนมเบื้องในพระราชพิธีของพระราชวัง วัดแก่นจันทน์เจริญร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม องค์การบริหารส่วนตำบลบางพรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สืบทอดการจัดงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2473 ในสมัยพระครูสุนทรสุตกิจ หรือ “หลวงปู่โห้” เป็นเจ้าอาวาส
ส่วนที่มาของประเพณีมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาหลายตำนาน หนึ่งในนั้นกล่าวถึง “กะทิ” ชายหนุ่ม และ “แป้ง” หญิงสาว คู่รักที่ถูกผู้ใหญ่ขัดขวาง ก่อนพลัดตกหลุมพรางเสียชีวิต ชาวบ้านจึงนำขนมที่ทำจากกะทิและแป้งมาเซ่นไหว้เพื่อรำลึกถึงทั้งคู่ และเรียกสั้น ๆ ว่า “ขนมครก” อีกตำนานเชื่อว่า คำว่า “ครก” มีที่มาจากคำว่า “คนรักกัน” ลักษณะขนมครกสองฝาที่นำมาประกบคู่กัน เปรียบเสมือนคู่รักที่อยู่เคียงข้างกัน จึงเกิดความเชื่อว่า ผู้มีคู่จะครองรักยืนยาว ส่วนผู้ที่ยังโสดจะได้พบเนื้อคู่
จากขนมพื้นบ้านธรรมดา “ขนมครก” จึงกลายเป็นหัวใจของประเพณีที่สะท้อนศรัทธา วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และความรักความสามัคคีของชุมชน ซึ่งชาวบ้านวัดแก่นจันทน์เจริญยังคงร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์ไว้ เพื่อส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่านี้ให้คนรุ่นหลังสืบไป
https://www.facebook.com/share/p/17CEQqmSyu/
https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/2355711/?bid=1